ไก่ ลิ้นห้อย ฟอยธ์ เปิดซิงซัดชัยพา สเปอร์ส เฉือน พาเลซ 1-0 ยึดที่ 4

ไก่ ลิ้นห้อย ฟอยธ์ เปิดซิงซัดชัยพา สเปอร์ส เฉือน พาเลซ 1-0 ยึดที่ 4

   ไก่ หืดจับแม้จะบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 แต่ก็เล่นเอา สเปอร์ส ลิ้นห้อยกันเป็นแถวกว่าจะได้ประตูชัยจากลูกโขกของ ฮวน ฟอยธ์ ซึ่งประตูนี้ยังเป็นประตูแรกในชีวิตของเจ้าตัวอีกด้วย ผลการชนะในเกมนี้ทำให้ ไก่เดือยทอง คว้าชัย 4 เกมติด ยึดอันดับ 4 ของตาราง พรีเมียร์ลีก ต่อไป

ไก่ ได้ ฟอยธ์ ซัดชัยพา สเปอร์ส เฉือน พาเลซ 1-0

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านพบกับ ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ ที่สนาม เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ผลบอลสด ในวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561

   คริสตัล พาเลซ ไม่ชนะใครในลีกมา 6 เกมติดต่อกัน เก็บไปได้เพียง 2 แต้ม ส่วนทางด้าน สเปอร์ส ฟอร์มกำลังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะชนะมา 3 เกมติดรวมทุกรายการ ซึ่งการเจอกัน 4 นัดหลังสุด ไก่เดือยทอง เป็นฝ่ายที่เอาชนะรวด

   เริ่มเกม สเปอร์ส บุกจากขวาไปซ้าย และก็ครองเกมบุกกดดันเข้าใส่เจ้าถิ่นตั้งแต่ต้นเกม แต่ยังไม่มีโอกาสได้จบ ส่วนทางด้าน คริสตัล พาเลซ ก็พยายามตั้งรับแล้วรอสวน แต่ก็ยังทำอะไรได้ไม่มากเช่นกัน

   เกมผ่านไป 20 นาที สเปอร์ส ได้ลุ้นจาก ซิสโซโก้ ที่ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะเลี้ยงแหวกผู้เล่นของ พาเลซ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ แต่ ซาโก้ ออกมาบล็อกทัน

   นาทีที่ 24 ข่าวร้ายของ สเปอร์ส เมื่อ คีแรน ทริปเปียร์ แบ็กขวาตัวหลักของทีมได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ซึ่งการเจ็บครั้งนี้ยังมีผลกระทบกับ ทีมชาติอังกฤษ อีกด้วย ซึ่งก็คงต้องรอฟังข่าวกันว่าอาการจะหนักมากน้อยแค่ไหน ไก่เดือยทอง จึงเปลี่ยนเอา แซร์จ ออริเยร์ ลงสนามมาแทน

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ในที่สุดโอกาสครั้งแรกของ แฮร์รี่ เคน ในเกมนี้ก็มาจนได้จากจังหวะที่ มิลิโวเยวิช จับบอลพลาด เลยถูกเคนแย่งบอลไปได้ ก่อนจะลากเข้าไปกดด้วยขวา บอลพรุ่งแรง แต่สุดท้าย เฮนเนสซี่ย์ ยังปัดออกไปได้ หมดครึ่งแรก ยังเสมอกัน 0-0

   เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 50 สเปอร์ส เกือบพลาดเมื่อ ญอริส ตัดลูกเตะมุมไม่ขาดเลยถูก ทอมกิ้นส์ โหม่งสวนไปหน้าปากประตู ซาโก้ พยายามจะเล่นแต่ ญอริส โดดมาปัดบอลพ้นอันตรายได้ทัน

   ต่อมานาทีที่ 60 พาเลซก็ต้องได้รับข่าวร้ายเมื่อ เจมส์ ทอมกินส์ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวทำให้ มาร์ติน เคลลี่ ต้องลงสนามมาเล่นแทน

   จากนั้นนาทีที่ 66 ในที่สุด สเปอร์ส ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ลาเมล่า โยนบอลไปหน้าปากประตูให้ เคน ได้โขกเต็มหัว แต่บอลพุ่งไปติด มิลิโวเยวิช ลอยโด่งแถวหน้าปากประตู สุดท้ายเป็น ฟอยธ์ ที่โหม่งเข้าไปเป็นประตูจนได้ ถือเป็นประตูแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลยทีเดียว

   ช่วงท้ายเกม เจ้าถิ่นพยายามอย่างหนักเพื่อจะเอาประตูคืน นาทีที่ 84 ได้ลุ้นจาก ทาวน์เซนด์ วอลเลย์ด้วยซ้าย บอลโค้งกำลังจะพุ่งเข้ามุมแต่ ญอริส ยังคงยอดเยี่ยมคว้าบอลเอาไว้ติดมือ

   จบเกม ไก่เดือยทอง เป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยเหนือ ปราสาทเรือนแก้ว 1-0 เก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

 …

อัซซูร่า นาโปลี เปิดบ้านเชือด ซาสซูโอโล่ 2-0 ยึดรองฝูง ตามหลัง ยูเว่ 6 แต้ม

อัซซูร่า นาโปลี เปิดบ้านเชือด ซาสซูโอโล่ 2-0 ยึดรองฝูง ตามหลัง ยูเว่ 6 แต้ม

   อัซซูร่า นาโปลี ได้ 2 ประตูจาก อดัม อูนาส และ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เก็บสามแต้มสำคัญยึดรองจ่าฝูง ตามหลัง ยูเวนตุส แชมป์เก่า 6 แต้ม

   กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 ดูบอลออนไลน์ ในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 นาโปลี เปิดบ้านพบกับ ซาสซูโอโล่ ที่สนาม ซาน เปาโล

อัซซูร่า นาโปลี เชือด ซาสซูโอโล่ 2-0 ยึดรองฝูง

   เกมครึ่งแรก นาโปลี บุกจากซ้ายไปขวา เริ่มเกมได้เพียงแค่ 3 นาที เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วเลยจากความผิดพลาดของ โลคาเตลลี ที่จ่ายบอลเข้าเขตโทษของตัวเอง แต่ดันโดน อูนาส ฉกบอลไปได้ก่อนจะจัดการซัดด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวใน เซเรีย อา หลังจากที่ย้ายมาร่วมทีมกับ นาโปลี เจ้าถิ่นนำเร็ว 1-0

   นาทีที่ 12 ยังคงเป็นโอกาสลุ้นของ นาโปลี จากการต่อบอลกันเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วบอลถูกสกัดไปเข้าทาง เมอร์เท่นส์ ปั่นด้วยขวา คอนซิญี่ พุ่งมาปัดไว้ก่อนที่บอลจะโค้งเสียบเสาสอง

   ต่อมานาทีที่ 34 โอกาสครั้งแรกของ ซาสซูโอโล่ ลิโลล่า เบิ้ลบอลจากขวาเข้าในแถวหน้ากรอบเขตโทษให้ ยูริซิช ยิงด้วยขวา บอลพรุ่งตรงกรอบแต่ ออสปิน่า ปัดทิ้งได้

   ครึ่งหลังลงมาได้สักพัก เกมของเจ้าถิ่นยังไม่กระเตื้องขึ้น กุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ จึงตัดสินใจปรับแผนทันทีโดยการส่งบรรดาแข้งหลักลงสนามทั้ง อินซินเญ่ ที่ลงมาแทนที่ของ อูนาส และ อัลลัน แทน ดิยาวาร่า

   หลังจากที่ นาโปลี ส่งบรรดาแข้งสำรองลงสนามแล้ว เกมลูกของเจ้าถิ่นดูเหมือนจะวูบวาบขึ้น ในนาทีที่ 58 เจ้าถิ่นได้เล่นเกมสวนกลับแล้วเป็น อินซินเญ่ ที่วิ่งมารับบอลได้ก่อนจะหยอดด้วยขวาแต่ คอนซิญี่ ยังพุ่งปัดออกไปได้

   กระทั่งนาทีที่ 72 และแล้วประตูที่สองของเจ้าถิ่นก็มาจนได้จากจังหวะที่ ฮูซาย พาบอลหลบผู้เล่นซาสซูโอโล่ก่อนจะจ่ายให้กับ อินซินเญ่ ปั่นด้วยขวา บอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 2-0

   ช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 87 ซาสซูโอโล่ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 2 ประตู ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ โรเจริโอ ไปทำฟาวล์แรงใส่ กาเญฆ่อน กรรมการตัดสินใจควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

   จบเกม นาโปลี เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ ซาสซูโอโล่ 2-0 เก็บ 3 แต้ม ยึดรองจ่าฝูง โดยมีแต้มห่างจากจ่าฝูงอย่าง ยูเวนตุส 6 แต้ม

 …

ซิลบา ฮีโร่ พา แมนฯซิตี้ พลิกแซง ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1

ซิลบา ฮีโร่ พา แมนฯซิตี้ พลิกแซง ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1

   ซิลบา รับบทฮีโร่พา เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพลิกแซง ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1 คว้า 3 แต้มกลับบ้านแบบหืดจับ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป เอฟ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม WIRSOL Rhein-Neckar-Arena ดูบอลออนไลน์ ในวันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2561

   ผลงานนัดแรก ใน แชมเปี้ยนส์ลีก ของ แมนฯซิตี้ ไม่ค่อยจะดีนัก โดยเพิ่งจะพ่ายให้กับ โอลิมปิก ลียง คาบ้าน ไป 1-2 เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดทัพโดย เกมรุกให้ เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และเลรอย ซาเน่ มี ดาบิด ซิลบาคอยปั้นเกม ส่วนแดนกลางเป็น แฟร์นานดินโญ่ กับ อิลกาย กุนโดกัน

   ส่วนทางด้านเจ้าถิ่น ฮอฟเฟ่นไฮม์ ผลงาน 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก นัดนี้ส่ง เคเร็ม เดเมียร์บาย, ไอแซค เบลโฟดิล และอดัม ซาไล ประสานเกมรุก

ซิลบา ยิงท้ายเกม ช่วย แมนฯซิตี้ บุกเอาชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 21

   เริ่มเกมยังไม่ถึง 1 นาที แมนฯซิตี้ ก็ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังทันทีเมื่อ ฮอฟเฟ่นไฮม์ มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อ จากความผิดพลาดในการเช็คล้ำหน้าของแนวรับ เรือใบสีฟ้า ทำให้ เดเมียร์ แทงบอลให้ เบลโฟดิล หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงสวน เอแดร์สัน ตุงตาข่าย ฮอฟเฟ่นไฮม์ นำเร็ว 1-0

   แต่หลังจากนั้น แมนฯซิตี้ ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้เปรียบนาน เมื่อในนาทีที่ 7 ทีมเยือนก็มาได้ประตูตีเสมอเร็วเหมือนกัน จากจังหวะที่ ซิลบา แทงบอลให้ ซาเน่ ในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดเข้ากลาง บอลไปโดนขา อัคโปกูม่า สกัดเอาไว้ก่อนแต่ อเกวโร่ ไวกว่าตามมาเกี่ยวบอลไปยิงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม แมนฯซิตี้ ตีเสมอ 1-1

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ยังคงเป็น ซิตี้ ที่ได้บุกขึ้นมาอีกครั้ง จังหวะนี้ อเกวโร่ ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยขวา บอลพุ่งกำลังจะเสียบคานแต่นายทวารเจ้าถิ่นยังพุ่งไปตัดทิ้งทัน

   จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 57 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นจากฟรีคลิกทางฝั่งซ้าย ซิลบาเปิดบอลไปเสาไกลให้ โอตาเมนดี้ ได้โหม่งบอลแฉลบ กองหลัง ฮอฟเฟ่นไฮม์ ข้ามคานออกไป

   ต่อมานาทีที่ 71 เรือใบสีฟ้า บุกขึ้นมาอีกครั้ง จังหวะนี้ แบร์นาโด้ โยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ อเกวโร่ ได้โขกตรงกรอบแต่บอลยังไม่ผ่าน เบามันน์

   ช่วงท้ายเกมก่อนทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ในที่สุด แมนฯซิตี้ ก็มาได้ประตูพลิกแซง 2-1 จากความผิดพลาดของแนวรับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ล้วนๆ เป็นจังหวะที่ ซาเน่ เปิดบอลเข้าไปหน้าปากประตูของเจ้าถิ่น พอสช์ ไม่ยอมเคลียร์บอลแล้วดันไปเล่นยากด้วยการพักอกซะงั้น ทำให้โดน ซิลบาฉกเอาบอลไปยิงเป็นประตู

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1 โอกาสเข้ารอบยังมีลุ้น

 …

เอฟเวอร์ตัน ยังฝืดต่อเนื่องไล่เจ๊าฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-1

เอฟเวอร์ตัน 1-1 ฮัดเดอร์สฟิลด์

เอฟเวอร์ตัน ที่เปิดสนาม กูดิสัน ปาร์ค รับการมาเยือนจากฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2561 เอฟเวอร์ตันเป็นฝ่ายตามหลังก่อนจะมาได้ประตูคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้ในนัดนี้ท๊อฟฟี่จบด้วยผลเสมออีกนัดโดยเจ๊าคับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 1-1 ในศึก พรีเมียร์ลีก

ไฮไลท์เกม เอฟเวอร์ตัน & ฮัดเดอร์สฟิลด์

   เริ่มเกมเป็นเจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันที่เป็นฝ่ายทำเสียวก่อนจากลูกยิงไกล นาทีที่ 13 ซูม่าได้โอกาสลองส่องจากระยะประมาณ 25 หลาแต่บอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   เกมค่อนข้างจะเปิดแต่ทั้งสองทีมก็ยังไม่มีโอกาสได้ส่องประตูฝั่งตรงข้ามมากนัก ท๊อฟฟี่ ได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 23 เอฟเวอร์ตันได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะโต้กลับที่ซิกเกิร์ดสันจ่ายบอลขึ้นหน้าไปที่โทซุนโยกหนีตัวประกบแล้วซัดทันทีบอลพุ่งข้ามคานออกไป

   หลังจากที่มีโอกาสหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำซักที แต่แล้วกลับเป็นฮัดเดอร์สฟิลด์ที่พอมีโอกาสบ้างก็สามารถทำประตูได้เลย ในนาทีที่ 34 จากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษที่เสาแรกแล้วบอลโดนโหม่งต่อมาเข้าทาง บิลลิ่งโขกเข้าประตูไป ฮัดเดอร์สฟิลด์นำไปก่อน 1-0

   แต่หลังจากนั้นเพียง 2 นาที เจ้าถิ่นก็สามารถทวงประตูคืนจากฮัดเดอร์สฟิลด์ได้ในทันทีทันใด จากจังหวะที่ดีญครอสบอลจากฝั่งซซ้ายเข้ามาในกรอบให้เลวินโหม่งสะบัด ลอสเซิล ปัดไม่พ้นบอลพุ่งเข้าประตูไป เอฟเวอร์ตันไล่มา 1-1

   ช่วงท้ายครึ่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันบุกได้สนุกและก็มีโอกาสได้ลุ้นอีกสองสามจังหวะ แต่ก็ยังไม่สามารถบวกประตูเพิ่มได้ จบครึ่งแรกเอฟเวอร์ตันเสมอกับฮัดเดอร์สฟิลด์1-1

   ครึ่งหลังเป็นทีมเยือนที่ได้ลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 49 จากจังหวะส่องไกลของมูนีเยแต่พิคฟอร์ดยังคงรับบอลได้ติดมือ เกมหลังจากนั้นก็ไม่มีจังหวะได้จบซักเท่าไหร่

   นาทีที่ 65 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกโยนเข้าไปในกรอบแต่ไม่มีใครได้ยิงแถมล้ำหน้าไปก่อนด้วย

   จากนั้นนาทีที่ 68 ฮัดเดอร์สฟิลด์ได้บุกขึ้นมาอีกรอบ คองโกโล่โหม่งบอลให้มูนีเยพยายามจะโหม่งอีกแต่บอลโด่งเกินไปโดนพิคฟอร์ดรับไว้ได้

   นาทีที่ 75 เป็นทีของเอฟเวอร์ตันบ้าง คราวนี้เป็นลุคแมนเลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนเปิดไปหน้าประตู แต่ชไนเดอร์ลินกับเลวินมาชาร์จไม่ทัน บอลผ่านเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุม เบนส์ที่เพิ่งลงสนามมาเป็นสำรองโยนบอลมาเข้าหัวของเลวินได้โหม่งแต่บอลโด่งออกหลังไป ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าถิ่นพยายามกดดันทีมเยือนอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถบวกประตูชัยได้ จบเกมเอฟเวอร์ตันเปิดบ้านเสมอกับฮัดเดอร์สฟิลด์ไป 1-1 ผลงาน 4 นัดแรกท๊อฟฟี่เสมอไป 3 นัดและชนะ 1 มี 6 คะแนน

เอฟเวอร์ตัน, ท๊อฟฟี่, ฮัดเดอร์สฟิลด์, ซิกเกิร์ดสัน, พิคฟอร์ด

เชลซี เชือดเชอร์รี่ 2-0 ไล่บี้หงส์มาติดๆรั้งรองฝูง

เชลซี 2-0 บอร์นมัธ

เชลซี เปิดบ้านเอาชนะบอร์นมัธ ไป 2-0 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 เกมนี้ สิงห์ ได้ประตูจากเปโดร โรดริเกซที่ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองยิงประตูปลดล็อคให้กับเชลซีขึ้นนำไปก่อน และตามมาด้วยลูกที่สองจากเอเดน อาซาร์ทำให้เชลซีเอาชนะบอร์นมัธไปได้ 2-0 เป็นชัยชนะในนัดที่ 4 ติดต่อกัน รั้งรองจ่าฝูงของตารางโดยมี 12 แต้มเท่ากับจ่าฝูงลิเวอร์พูลแต่ลูกได้เสียน้อยกว่า

เชลซี ได้ 2 ประตูในครึ่งหลัง เอาชนะ บอร์นมัธ 2-0

   ครึ่งแรกเชลซีได้บุกไปลงประตูก่อนในนาทีที่ 7 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่เปิดเข้ากลางและเป็นวิลเลี่ยนที่เก็บตกจังหวะสองในกรอบเขตโทษฝั่งขวาได้ก่อนจะยิงยัดไปที่เสาแรกบอลไปโดนเบโกวิชเตะทิ้งออกมาได้

   เจ้าถิ่นได้จังหวะปลุกขึ้นมาอีกครั้ง นาทีที่ 10 วิลเลี่ยนเปิดเกมรุกทางขวาหลุดไปเปิดบอล เลอร์มา เข้าสกัดบอลสุดท้ายเป็น โมราต้า ที่แย่งบอลมาได้ก่อนจะตั้งป้อมยิงแต่บอลก็ยังไม่ผ่านเบโกวิช 

   นาทีที่ 15 บอร์นมัธเป็นฝ่ายได้ลุ้นบ้างจากเตะมุมฝั่งขวาที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษแต่โดนโขกทิ้งออกมาได้ บอลมาเข้าทางกอสลิ่งยิงสวนแบบไม่จับที่ระยะไม่ไกลนักแต่กดไม่ลงบอลลอยข้ามคานออกไป

   จากนั้นสิงห์ก็พยายามบุกอย่างหนัก นาทีที่ 23 อลอนโซ่ เติมเกมฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางแต่โดนสกัด เป็นวิลเลี่ยนที่ได้บอลก่อนจะไหลหลังมาให้โควาซิชได้ลองส่องไกลนอกกรอบเขตโทษแต่บอลแฉลบออกหลังได้เพียงแค่เตะมุม

   นาทีที่ 30  ทีมเยือนพลาดโอกาสทองในการทำประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดายจากจังหวะบอลสวนกลับเร็ว ริโก้ เปิดบอลจากกลางสนามไปให้วิลสันโฉบเข้าเขตโทษแล้วจิ้มบอลหลุดออกหลังอย่างน่าเสียดาย

   ก่อนจบครึ่งแรกสิงห์เกือบได้เฮดังๆ จากจังหวะโมราต้าจ่ายบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายและเป็นอาซาร์ที่เติมขึ้นมาจะยิงแต่ยิงไม่ได้เลยย้อนกลับหลังไปให้อลอนโซ่ซัดด้วยขวาบอลผ่านเบโกวิชไปชนเสาไม่ได้ประตู จบครึ่งแรกเชลซีกับบอร์นมัธ 0-0

   ครึ่งหลังเชลซีบุกแหลก เพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ และสุดท้ายก็ทำสำเร็จในนาทีที่ 72 เป็นเปโดรตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาไม่นานเล่นชิ่งกับชิรูด์ที่คืนหลังมาให้ก่อนจะเป็นดาวเตะชาวสเปนที่แต่งบอลหนีอาเก้ยิงเสียบเสาเข้าประตูไป เชลซีได้ประตูนำสมใจ 1-0

   หลังจากที่บอร์นมัธตกเป็นรองก็พยายามทำเกมโต้กลับ ได้ลุ้นบ้างแต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูตีเสมอเจ้าถิ่นได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 85  สิงห์มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่อาซาร์ลากบอลขึ้นมาทางซ้ายแล้วทำชิ่งกับอลอนโซ่ที่คืนมาให้อาซาร์อีกรอบ หลุดมาซัดด้วยซ้ายพุงทะลุเซฟของเบโกวิชเข้าประตูไป จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายเอาชนะบอร์นมัธไป 2-0 ผลบอล สุดหรูทำให้เก็บชัยชนะ 4 นัดรวด รั้งรองจ่าฝูง

 …

ข่าวฟุตบอลแฟนเสือเหลือง ลมจับ ยิงนำยับ 4-0 แต่ชนะไม่ได้ สุดท้ายเสมอ 4-4

ข่าวฟุตบอล เสมอ 4-4

   กลายเป็น ข่าวฟุตบอลประเด็นฮอตขึ้นมาทันทีสำหรับ ผลบอลสด ของทัพ “เสือเหลือง”ในนัดล่าสุดจากเกมเปิดบ้าน เสมอ “ราชันย์สีน้ำเงิน” ชาลเก้ 04 ด้วยสกอร์ 4-4 โดย ไฮไลท์ฟุตบอลก็คือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายยิงประตูนำห่างไปก่อนถึง 4 ประตู ก่อนโดนตลบหลังด้วยสกอร์ที่บาดใจคนดู

   ใครที่ แทงบอลออนไลน์ ทีมเสือเหลืองไปนี่ซดแห้วตามๆกันไป ข่าวฟุตบอลล่าสุดในเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน แฟนบอลเสือเหลืองแทบอยากจะเผาเสื้อทิ้งหลังจากรับชมการแข่งขัน ฟุตบอลวันนี้ของทีมโปรดที่จบการแข่งขันด้วยสกอร์ที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง โดยเวลานี้ ดอร์ทมุนด์ กำลังประสบปัญหาใหญ่ในเกมลีกเพราะไม่สามารถชนะในลีกมาแล้ว 5 นัดจากสถิติใน บ้านผลบอลอีกทั่งนัดล่าสุดพวกเขาเปิดถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค รับมือ ชาลเก้ 04 ที่มาเยือน และดูเหมือนว่าฟอร์มเก่งของ ดอร์ทมุนด์จะกลับมาแล้วหลังบุกขึ้นยิงถล่มทีมเยือนเละ 4-0 ก่อนจบครึ่งแรก   แต่ปรากฎว่าเกมครึ่งหลังกลายเป็นหนังคนละชาแนลกันเลยทีเดียวเมื่อ ชาลเก้ 04 ผู้มาเยือนจัดหนัก

   เรียงหน้ามายิงเจ้าบ้านแบบไม่มีความเกรงใจ จบเกมเสมอ 4-4 ประตู ทั่งนี้ไฮไลท์ฟุตบอลในนาทีที่ 72 ผู้เล่นของ ดอร์ทมุนด์ เหลือเพียง 10 คนเพราะว่า ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ผู้ประเดิมประตูแรกให้เจ้าบ้านโดนเหลืองที่ 2 จึงทำให้แนวรับ เสือเหลือง โดนปั่นป่วนจนพลาดคว้า 3 แต้มไปแบบน่าเสียดาย

   และเป็นผลบอลสด 6 เกมติด ดอร์ทมุนด์ ไม่สามารถชนะใครในลีก กลายเป็น ข่าวฟุตบอลที่ดราม่าและโดนวิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งหากว่า บอนซ์ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ รับรองได้ว่าฤดูกาลหน้าคงมีประกาศแต่งตั้งผู้จัดการทีมใหม่อีกแน่ หรือดีไม่ดีอาจจะมีโชว์ปลดกลางอากาศกันเลยทีเดียว

บอสซ์ กล่าวเสียใจ สำหรับผลงานลูกทีมที่น่าผิดหวังผ่าน ข่าวฟุตบอล

   เป็นผลการแข่งขันที่น่าใจหายอย่างมากสำหรับ ปีเตอร์ บอนซ์ ผู้จัดการทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สำหรับผลงานของลูกทีมที่ออกนำไปตั้ง 4 ประตูแต่ก็ยังไม่สามารถคว้าชัยชนะมาได้ทำให้เพิ่มสถิติ ใน บ้านผลบอลของพวกเขาไม่ชนะในรายการ บุนเดสลีกา สูงถึง 6 นัดติดต่อกัน โดยนายใหญ่ชาวดัดซ์ ออกแถลง ข่าวฟุตบอลผ่านสื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

   “มันเป็นผลการแข่งขันที่หดหู่อย่างมาก ผมเข้าใจว่าทุกคนผิดหวังเพราะเราน่าจะเป็นฝ่ายที่ชนะในเกมนัดนี้ สถานการณ์มันแย่ลงในตอนที่เกิดใบแดงจากนั้นทุกคนในทีมก็ไม่มีสมาธิในเกมต่อไป การยิงประตูนำคู่แข่งไปก่อน 4 ประตูแต่สุดท้ายเรากลับทำได้เพียงเสมอเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยมีให้เห็น มันเป็นผลการแข่งขันที่น่าเศร้าและยอมรับได้ยาก แต่เราก็จะเดินหน้าปรับปรุงกันต่อไป”

   ก่อนหน้านี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์ ก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกัน โดยในเกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ก็จบเกมเสมอกับ เซบีย่า ด้วยสกอร์ 3-3 โดยทัพหงส์แดงเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 3 ประตูเช่นเดียวกับ ดอร์ทมุนด์ แต่เหตุการณ์ของ ดอร์ทมุนด์ ดูอาการหนักกว่าเพราะนำห่างไปถึง 4 ประตูจึงน่าจะเป็น ข่าวฟุตบอลที่ทำร้ายจิตใจแฟนบอลมากกว่า หรือจะเป็นอาถรรพ์

   อย่างไรก็ตามผลการแข่งขันจาก บอลวันนี้ทำให้ ดอร์ทมุนด์ อยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางโดยจ๋าฝูงคือบาร์เยิร์น มิวนิค ที่มีแต้มรวมอยู่ที่ 29 คะแนน จากการแข่งขันทั้งสิ้น 13 เกม โดยดอร์ทมุดน์ มีแต้มร่วมอยู่ที่ 21 แต้มเท่านั้น ฟุตบอลวันนี้ น่าจะเป็นบทเรียนให้กับเหล่าบรรดานักเตะรวมไปถึงโค๊ชที่ต้องจัดการปัญหานี้ให้ได้ซึ่งไม่พ้นการปรับปรุงเกมรับครั้งใหญ่

   ซึ่งพวกเขาอาจจะต้องซื้อนักเตะกองหลังที่มีประสบการณ์มาร่วมงานเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญโดยโปรแกรมหน้าพวกเขาจะต้องออกไปเยือนทัพ “หญิงชรา” ไบเออร์ เลเวอร์คู่เซ่น ปลายสัปดาห์นี้ใน ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดที่ 14 ของฤดูกาลนี้

 …